[Fic]Because Of Love#1[Won*Teuk]

posted on 11 Apr 2007 17:52 by applea  in fiction

Title:Because Of Love

Chapter#1

Author: Karen

Rating: PG

Pairing: SiWon*EeTeuk

จุงซู.....จุงซู......ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ปาร์ค จุงซู!!!!!

เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นเมื่อเห็นเจ้าลูกชายตัวดีที่เขาอุตส่าห์ถ่อสังขารตัวเองขึ้นมาปลุก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมตื่น จึงทำให้เขาต้องใช้เสียงดังลั่นบ้านแบบนี้

หวา! อะ อะไรฮะแม่!!!!คนถูกปลุกสะดุ้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงดังตวาดข้างๆหูขนาดนั้น

ไปโรงเรียนได้แล้วไป นี่หนูฮีซอลก็รออยู่ข้างล่างผู้เป็นแม่พูดก่อนจะก้มลงมองลูกชายที่ตอนนี้วิ่งตาลีตาเหลือกไปอาบน้ำ เฮ้ออ จะให้บอกว่าลูกชายคนนี้น่ะเหรอที่เป็นคุณหนูที่เกือบทั้งรร.เฮย์จินเรียกกัน แต่ดูจากสภาพแล้ว ไม่มีทางหรอก ดูหนูฮีซอลข้างล่างสิน่าจะเหมาะสมกว่าตั้งเยอะ

.

.

.

เฮ้อ! ทึกกี้ช้าจัง

ฮีซอลที่นั่งอยู่บนโซฟารับแขกตัวยาวของบ้าน ไม่สิ เรียกคฤหาสน์ตระกูลปาร์คคงจะเหมาะกว่า ถึงฮีซอลจะมาที่นี่ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ก็อดที่จะชื่นชมบ้านหลังนี้ไม่ได้ซักที ทั้งๆที่บ้านหลังนี้ก็ใหญ่โตพอๆกับบ้านตัวเอง แต่ฮีซอลเคยให้เหตุผลว่า ชอบคฤหาสน์สไตล์แบบบ้านทึกมากกว่า

บ้านชั้นน่ะ สงสัยจะให้ชั้นใส่ฮันบกเดินร่อนๆอยู่ในบ้านอย่างเดียวเลยละมั้ง ดูสิทึกกี้ เมื่อวันก่อนนะพอชั้นนะ เปลี่ยนแจกันเป็นสีแดงแบบเนี้ย โดนแม่เรียกไปเทศซะยกใหญ่เลย พอวันรุ่งขึ้นชั้นก็เห็นว่าแจกันใบสีดำตัวเดิมก็กลับมาซะแล้ว

ฮีซอลเคยบอกทึกกี้แบบนั้น นั่นก็พราะว่า บ้านฮีซอลเป็นแบบคฤหาสน์ของพวกขุนนางสมัยเก่า และท่าทางว่าบรรพบุรุษของฮีซอลก็หวงซะด้วย ทุกคนในบ้านเลยตัดสินใจที่จะรับช่วงต่อให้วัฒนธรรมแบบเกาหลีแท้ๆดั้งเดิมคงอยู่ต่อไป ดังนั้นเวลาทึกกี้ไปบ้านของฮีซอลก็จะถูกแม่ฮีซอลให้ใส่ฮันบกด้วยกันทั้งคู่ทั้งทึกกี้ทั้งฮีซอล...

ตึง!!!!!

เสียงกระโดดบันไดของทึกกี้เรียกให้ฮีซอลหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่จะหันไปมองลูกชายแสนดื้อที่คุณนายตระกูลปาร์คอุตส่าห์ลงทุนไปปลุกมาเอง ก่อนที่จะหันกลับไปมองบันไดกว้างที่เจ้าตัวเพิ่งจะโดลงมา ให้ตายเถอะ เสียงขนาดเมื่อกี้น่ะ ฮีซอลสัญญากับตัวเองได้เลยว่า ระยะห่างระหว่างพื้นกับบันไดทีเจ้าตัวโดดมานั้นต้องไปมาต่ำกว่าบันได3ขั้นแน่ๆ

นี่จุงซู ลูกจะเดินจะเหินให้มันดีๆหน่อยได้ไหมล่ะเนี่ย!เสียงเอ็ดดังตามหลังก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเดินตามลูกชายลงมา

แหม ต้องขอโทษหนูฮีซอลด้วยนะจ๊ะ ที่จุงซูเป็นแบบนี้น่ะหันไปส่งสายตาเขียวปั๊ดให้ลูกชายตัวดีก่อนที่จะหันมายิ้มหวานใหกับคุณหนูตระกูลคิมที่สนิทกันมานาน

ไปกันเถอะซิน ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารโรงเรียนดีกว่ายังไม่ทันจะเข็ดกับสายตามหาโหดของตัวเอง ทึกกี้ก็ต้องโดดสายตาแบบเดิมไปอีกรอบหนึ่ง

ข้าวที่บ้านก็มีทำไมไม่กินห๊ะ!!!!น้ำเสียงขุ่นมัวถูกส่งให้ลูกชายอีกครั้ง

อ่ะ เออ คุณแม่ฮะ คือ..เราสองคนจะไปกินที่โรงอาหารน่ะฮะ คือ..เรานัดกันแล้วนะฮะราวกับเสียงสวรรค์ช่วย ทึกกี้หันไปยิ้มแป้นให้กับฮีซอลโดยทันใด แต่คุณแม่สุดดุก็ไม่วายหันมาถลึงตาใส่ลูกชาย ทึกกี้ยิ้มแห้งๆไปให้

งั้นผมไปก่อนนะฮะแม่!ทึกกี้รีบพูดก่อนที่จะหันไปสั่งคนรับใช้แถวนั้นก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมๆกับฮีซอลที่เดินตามา ก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถคันใหม่เอี่ยมสีดำ โดยที่จุดมุ่งหมายก็คือโรงเรียนมัธยมเฮย์จิน!

.

.

.

.

.

เฮ้ออ เกือบไปแล้วแน่ะซินวินหันไปมองเจ้าลูกชายตัวดีของคุณนายปาร์คก่อนที่จะส่งเสียงหัวเราะเย็นๆออกมา

หึหึ งั้นถือว่าคราวนี้ชั้นช่วยนาย!คนข้างๆหันมามองตาค้าง

ไม่เกี่ยวนี่!!!แต่อีกคนกลับฟังไม่ เมื่อเห็นว่าอีกคนยังไงๆก็คงจะไม่ยอมเหมือนตามเคย

คราวนี้ทำไมอีกล่ะ?ทึกกี้ปลงอย่างระอาใจ แต่คนข้างๆกลับหันมายิ้มหวาน

คราวนี้น่ะเห็นเค้าบอกว่าเชว ซีวอนดาราที่ตอนนี้กำลังถูกจับตามองจะมาปาร์ตี้ที่บริษัทบ้านชั้นแหละ ชั้นอ่ะนะไม่อยากไปเลยล่ะบ่นไปตาของอีกฝ่ายก็ค่อยเป็นประกายขึ้นทุกทีๆ ท่าทางแบบนี้แสดงว่าต้องวางแผนอะไรไว้แน่ๆเลย

แล้ว..นายจะทำยังไงล่ะที่จะทำให้ตัวเองรอดพ้นปาร์ตี้นั่นน่ะแต่อีกฝ่ายกลับหันมาทำเสียงจุ๊ๆใส่ทึกกี้ ก่อนที่จะยิ้มด้วยสายตากรุ้มกริ่ม พลางมองมาที่อีกฝ่าย ทำเอาทึกกี้เสียวสันหลังวาบ

แหม ถึงงานนี้จะไม่เจอคุณหนูฮีซอลแสนสวย ก็เจอ.....คุณหนูทึกกี้ผู้น่ารักจากตระกูลลปาร์คแทนเป็นไงล่ะ!อีกฝ่ายถึงกลับอิ้งไป! นี่หมายความว่าจะให้เค้าเป็นตัวแทนไปงั้นเหรอ?!

ไม่นะซิน! งานนี้บริษัทนายจัดอ่ะ ก็ไปเองดิ!

แหม ทำหยั่งกะว่าเค้าจะสนใจชั้นจริงๆงั้นแหละ ถึงแม้ว่านะ ถ้าเค้าสนนะ ชั้นก็ไม่สนหรอก งั้นเอางี้ ถ้านายยอมไปกับชั้นละก็ ชั้นจะยอมไปงานปาร์ตี้กับนายโอเคมะ?ซินพูดด้วยความมั่นใจสุดๆ ก่อนที่จะมองคนข้างๆ ที่กำลังนั่งคิด

โหย~ยังไงเค้าก็เสียเปรียบอยู่ดีนั่นแหละ>///<

ถึงแล้วครับ คุณหนูจุงซู คุณหนูฮีซอล

งั้นพวกผมไปก่อนนะฮะทึกพูดก่อนที่จะพาร่างบางๆของตัวเองและฮีซอลที่เดินตามมาไปยังโรงอาหารของโรงเรียน

.

.

.

.

.

เฮ้ยๆ มาแล้วๆ!!!เสียงเอ็ดตะโรของหนุ่มๆดังขึ้นฝนโรงอาหารที่แสนจะเสียงดัง ก่อนที่ทุกสายตาในโรงอาหารจะหันกลับไปมองคนสองคนที่เดินคุยกันมาตลอดทาง ทั้งแก็งค์หนุ่มนักเลย ทั้งแก็งค์สาวเฮี้ยบ รวมถึงทุกคนๆในโรงอาหารจ้องมองไปยังสองคนที่เดินเข้ามา

เอ่อ อะ อรุณ สะ สวัสดิ์ครับ ระ รุ่นพี่ ฮะ ฮีซอล ระ รุ่นพี่ ทะ ทึกกี้น้ำเสียงเกรงๆบวกกับท่าทางเงอะงะของรุ่นน้องคนหนึ่งที่อาจหาญไปทักทายยามเช้ากับเจ้าหญิงแห่งโรงเรียนและคุณหนูแห่งโรงเรียนเฮย์จินทั้งสองพร้อมกัน

ทั้งสองหันกลับมาตามเสียงเรียก ก่อนที่จะยิ้มรับคำทักทายนั้น

อรุณสวัสดิ์เสียงสองเสียงที่ดังทักทายบวกรอยยิ้มสดใสในยามเช้าทำเอาหลายๆคนเคลิ้มไปเลยทีเดียว

เด็กใหม่เหรอเรา?ทึกกี้ถามต่อ หลังจากที่โปรยยิ้มหวานไปอีกครั้ง

อะ อ่า คะ ครับยิ่งเงอะงะเข้าไปอีกเมื่อคุณหนูของโรงเรียนก้มลงมาใกล้ ก่อนที่จะก้มมองที่อกเสื้อ เข็มกลัดสีน้ำเงินที่กลัดอยู่บนอกเสื้อนั้นทำให้คุณหนูอมยิ้มบางๆ ก่อนที่หันไปบอกผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิง

อ้าว ฮีซอล เด็กนายแน่ะ!มือเรียวจับเข้าที่ไหล่เล็กๆของเด็กรุ่นน้องที่ดูเหมือนว่ากระดูกจะยังยืดไม่ดี เลยทำให้เตี้ยกว่าทึกกี้

งั้นเหรอ งั้นก็ตั้งใจเรียนเข้าแล้วกันนะ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าเรียนสายนี้มัน...สบายกว่าสายวิทย์ตั้งเยอะสีหน้าจริงจังตอนแรก กลายเป็นสีหน้ายิ้มแย้มในตอนหลังเมื่อเห็นเด็กรุ่นน้องตั้งใจฟังซะดิบดีหน้าแตกเล็กๆ

เจ้าหญิงคนสวยตบบ่าเล็กนั่นเบาๆก่อนที่จะหันไปยิ้มอารมณ์ดีกับทึกกี้ แล้วเดินไปยังโต๊ะประจำของกลุ่มที่ตอนนี้มีเพื่อนๆนั่งอยู่

ไง วันนี้ก็เด่นมาอีกแล้วนะแม่นางพญาฮยอกแจที่เพิ่งกลืนข้าวเสร็จส่งเสียงกวนทันที

ฮ่า ฮ่า ฮยอกแจแกยังอยากกินข้าวพร้อมร่างกายครบ32ของแกมะ!เสียงเจ้าหญิงที่กลายเป็นนางพญาเอ่ยเย็นๆทำเอาฮยอกแจตัดสินใจยัดข้าวเข้าปากดีกว่าเจอบาทานางพญา

ซินเอาอะไรป่ะ ชั้นจะไปซื้อนมน่ะทึกกี้ถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนั่งเขม่นฮยอกแจๆไม่เลิก

เอาๆทึกกี้ ชั้นเอานมรสสตอเบอรี่นะ!!ซินตะโกนไล่หลัง ก่อนที่จะหันกลับมาเข่มนฮอยกแจอยู่ ทำเอามือเช้าของฮยอกแจไม่ค่อยน่าโสภาเหมือนทุกวัน

Rrr~Rrr

เสียงโทรศัพท์สีชมพูของซินดังขึ้นทำเอาเจ้าของที่นั่งจจ้องฮยอกแจรีบรับทันที

ฮัลโหล~หืม ทึกกี้ อะไรนะ อ๋อๆ ให้ขึ้นไปเลยเหรอ ได้ๆ แค่นี้นะซินวางโทรศัพท์ก่อนหันมาบอกฮยอกแจ

ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็เข้าเรียนแล้วนี่ ไปกันเถอะ

อือๆได้ๆฮยอกแจรีบลุกทันทีก่อนที่จะรีบวิ่งตามซินไปทันที

.

.

.

.

อ้าว ทึกกี้ มาห้องศิลป์ทำไมละ?

สิ้นเสียงอาจารย์ ทั้งห้องที่ดูจะหดหู่เหลือเกินกับวิชาภาษาในตอนเช้าที่สมองยังไม่เข้าที่เข้าทางตาสว่างทันที บางคนถึงกับชะโงกออกมาดูกันเลยทีเดียว

อ่า..ผมเอาข้าวเช้ามาให้ฮีซอลอ่ะฮะทันที่ที่ทึกกี้เดินเข้ามาในห้องซินก็เดินออกมารับจากที่นั่งตัวเองก่อนที่จะไปหยุดอยู่หน้าทึกกี้

เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า? ถามทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่ถ่อสังขารเองเดินมาจากห้องสายวิทย์ให้ทั้งๆที่มันล่วงเข้าเวลาเรียนมาแล้วหลายนาทีแบบนี้หรอก ยิ่งเห็นคนตรงหน้าเงียบก็ยิ่งทำเอาซินเริ่มใจคอไม่ดี จึงขออนุญาติอาจารย์ไปคุยกับทึกกี้ข้างนอก โดยทีมีสายตาหลายคู่มองตามออกไปจนกระทั่งซินปิดประตูป้องกันความสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนในห้อง

ทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้องซินก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายื่นการ์ดสีทองให้กับตัวเอง ทันทีที่เปิดซินก็พอจะเดารู้เรื่องแล้วล่ะว่าคนตรงหน้าตอนนี้เครียดเรื่องอะไร

ก็เนื้อหาในการ์ดน่ะ เป็นของพ่อซินที่ส่งให้พ่อทึกเอง ถึงแม้ว่าจะดื้อจะอ้อนได้กับคุณนายปาร์ค แต่สำหรับคุณปาร์คนั้นทึกกี้ไม่สามารถจะอ้อนได้เลย โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นคำสั่งลงมาเหมือนเช่นวันนี้ล่ะก็ ไม่มีทางทีทึกกี้จะปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาด แถมคำสั่งคราวนี้ยังเป็นคำสั่งที่ทึกกี้ไม่ชอบเสียด้วยสิ ปาร์ตี้บริษัท เหอะ เขาไม่ได้ไปมันตั้งแต่10ขวบแล้ว เหตุผลน่ะเหรอ เพราะเขาเคยถูกลูกหลงโดนยิงเข้าที่แขนในงานปาร์ตี้ของบริษัทคู่แข่งของคุณพ่อที่อุตส่าห์ส่งบัตรเชิญมา จะไม่ไปก็กระไรอยู่ กระสุนที่แขนที่โดนมาทำให้ทึกกี้เริ่มหวาดกลัวงานปาร์ตี้ไป ถึงแม้ว่าแผลจะไม่มีแล้วก็ตาม หลังจากนั้นไม่ว่าใครจะขอร้องเขาให้ไปยังไงก็ไม่ไปเด็ดขาด แต่คราวนี้คำสั่งของคุณพ่อทำเอาเค้าต้องคิดหนัก

เอางี้มะ งั้นนายก็ไปซื้อของกับชั้นก่อนแล้วกันนะตอนเย็น ส่วนเรื่องปาร์ตี้ งั้นคราวนี้ชั้นเข้าไปด้วยก็ได้!!ยิ่งซินทำหน้าเหมือนแก้ปัญหาได้ทั้งหมดแล้วยิ่งทำทึกกี้กลุ้มหนัก

เฮ้อออ แล้วมันต่างจากเมื่อเช้าตรงไหนเนี่ยย?!

.

.

.

.

.

.

เอียงซ้ายนิดนึงครับ...โอเคดีมาก อย่างงั้นแหละครับ ...โอเค คัท!!!เสียงของช่างกล้องดังขึ้นทำเอาดาราหนุ่มถอนหายใจ เชว ซีวอน ดาราหนุ่มที่มีชื่อเสียงมากขึ้นๆตามละครแต่ละเรื่องที่เขาแสดง แล้ววันนี้ก็อุตส่าห์มาถ่ายแบบให้กับน้ำหอมยี่ห้อดังซะด้วย

ขอบคุณมากครับเสียงทุ้มกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินออกมาจากฉากที่ถูกจัดไว้อย่างดี ก่อนที่จะเดินมานั่งที่โซฟาขนาดเล็กที่วางอยู่ในห้อง โดยที่มีผู้จัดการตามหลังร่างสูงมาติดๆ

วันนี้ไม่มีงานอีกใช่ไหมเสียงทุ้มเอ่ยถามขณะที่มืออีกข้างหยิบขวดน้ำเปล่าที่วางแช่ในตู้เย็นเล็กๆในห้องพักขึ้นกระดก หวังเพียงว่าให้น้ำเย็นๆนั้นดับความกระชายให้ได้สดซื่นเสียที

เฮ้ย นายยังมีงานปาร์ตี้ตอนเย็นอีกนะ!!

พรวด!!

น้ำเย็นๆที่เพิ่งจะถูกกรอกเข้าปากไปเมื่อซักครู่ถูกพ่นออกมา ทันทีที่สิ้นเสียงผู้จัดการส่วนตัว

โหย~ใจคอจะไม่ให้ผมพักเลยใช่ไหมครับเนี่ย!!!ร่างสูงบ่นโอดครวญมองไปที่ผู้จัดการวงที่ทำหน้าเจื่อนๆ อ่า ถึงจะดังยังไงเค้าเองก็เพิ่งจะจบม.ปลายมาหมาดๆเองนะ

โทษนะซีวอน วันนี้พี่เองก็ไม่อยากให้เรามีงานหรอกนะ แต่ว่างานอันนี้น่ะ ท่านประธานเราน่ะสั่งมา ว่าต่อให้ทำงานหนักลากเลือกยังไงก็ต้องไป

งั้นเวลาที่เหลือผมขอนอนได้ไหมล่ะฮะส่งสายตาเชิงอ้อนวอนนิดๆไปยังผู้จัดการ ทำเอาผู้จัดการหัวเราะร่วน

ฮ่า ฮ่า อ้อนอีกแล้วสิเนี่ย ได้ๆนายน่ะนอนไปเถอะผู้จัดการหัวเราะกับท่าทีอย่างกับเด็กนั้น ก่อนที่จะปล่อยให้ดาราหนุ่มนอนหลับไปบนโซฟาตัวยาว

.

.

.

.

.

.

ทึกกี้ๆไปยังอ่ะเสียงแว๊ดๆของซินดังเข้ามาในห้องก่อนเจ้าตัวจะมาซะอีก ทำเอาทึกกี้อดยิ้มไม่ได้ ก่อนที่จะรีบเก็บของลงไปในกระเป๋าก่อนที่จะหันไปเอ่ยลากับเพื่อนๆในชั้น

แล้วฮยอกแจอ่ะทึกกี้ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าไม่มีฮยอกแจเดินกลับพร้อมๆกัน3คนเหมือนทุกวัน

อ๋อ มันบอกว่าวันนี้มันไม่ว่างอ่ะ

แล้วนายจะไปซื้อของที่ไหนล่ะ

ก็แถวนี้แหละ รีบไปกันเถอะ!!!เสียงของซินบวกกับแววตามุ่งมั่นในการซื้อของทำเอาทึกกี้อดจะหัวเราะไม่ได้

นี่สินะ เพื่อนที่ทำให้เราสบายใจ

.

.

.

.

ซีวอนๆ ไปกันเถอะ ดีนะเนี่ยที่สตูฯนี้อยู่ใกล้กับโรงแรมที่จัดงานน่ะ งั้นไม่ทันหรอกผู้จัดการส่วนตัวเดินเข้าไปเรียกซีวอนที่ตอนนี้กำลังให้ช่างทำผมเซ็ททรงผมให้ใหม่อยู่ ร่างสูงหันมารับคำ โดยที่จะไม่ลืมหันไปยิ้มหวานให้เป็นการขอบคุณช่างทำผมที่อุตส่าห์เซ็ททรงผมให้เขาก่อนจะกลับบ้าน

ร่างสูงก้าวขึ้นรถส่วนตัวก่อนที่จะขับตามรถผู้จัดการไป เพราะว่ายังไงอนเลิกงานเลี้ยงเขาก็ต้องแยกกันกลับบ้าน ไม่ได้ต้องกลับไปบริษัทซักหน่อย

สายตาคมมองที่ไฟสัญญาณจราจรที่อยู่ข้างหน้า ไฟสีเขียวค่อยๆเปลี่ยนเป็นไฟสีเหลือง เท้าใหญ่ค่อยๆเหยีบยคันเร่งหวังจะให้มันทันก่อนไฟแดง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เป็นคันหน้าสุดของแถมแค่นั้นเอง ร่างสูงใหญ่มองออกไปข้างนอกที่เริ่มมืดลงทุกทีๆ สายตาคมตวัดมองไปที่สัญญาณจราจรที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้ง เท้าใหญ่เลยเหยีบคันเร่งให้ไปยังโรงแรมที่จัดงานให้ทันเมื่อเค้ากับผู้จัดการคลาดกันซะแล้ว

.

.

.

ฟู่ ทันจนได้!ร่างสูงเอ่ยเมื่อเดินเข้าไปในโรงแรแล้วเห็นผู้จัดการคุยอยู่กับเจ้าของงานซึ่งก็คือประธานคิม ผู้ผลิตน้ำหอมรายใหญ่ของประเทศที่เขาเพิ่งจะถ่ายแบบวันนี้เอง

สวัสดีครับจู่ๆคนที่คุยอยู่กับผู้จดการเมื่อครู่ก็หันกลับมาสวัสดีตน

อ่ะ เช่นกันครับท่านประธานคิมการวางตัวที่ถูกสอนมาดีทำให้ซีวอนไม่ต้องหน้าแตกมากมาย ประธานคิมยิ้มๆก่อนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มสนทนาก่อนซะเอง

คุณนี่ดังจริงๆเลยนะครับ แถมหน้าก็หล่อเหลาเอาการ คงมีผู้หญิงมากมายมาให้คุณเลือกเลยมั้งครับเนี่ยหลังจากที่คุยจนดาหนุ่มหายเกรง ท่านประธานก็เลยขอวกเข้าเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย

ไม่หรอกครับท่านร่างสูงถ่อมตัว ทั้งๆที่ความจริงก็เป็นอย่างที่ท่านประธานบอกนั่นแหละ หญิงสาวมากมายมีมาให้เค้าเลือกตลอดเวลา แต่ความรู้สึกข้างในของเค้าเองที่ไม่สามารถบอกได้ว่า เพราะอะไรจึงไม่ยอมรับหญิงสาวน่าตาดีมากมายให้เป็นแฟนซักที ความรู้สึกที่หมือนกับบอกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ทุกครั้งเวลาซีวอนเผลอสัมผัสมือของหญิงสาว เจ้าความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับดึงเค้าให้ออกมาจากหญิงสาวทุกที

แหมๆ ถ่อมตัวจังเลยนะครับท่านประธานกล่าว ในใจก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากจะหลงเชื่อชายหนุ่มนี้ ถึงแม้ว่าเค้าจะเคยเจอดารามาแล้วหลายๆคน แต่สำหรับหนุ่มคนนี้มีแต่ความจริงที่ส่งออกมาทันทีที่ถามถึงเรื่องนี้ ทั้งๆที่ก่อนจะวกกลับมาคุยเรื่องส่วนตัวชายหนุ่มดูมีท่าทางกระอักกระอ่วน ทุกครั้งไป

นั่นประธานปาร์คนี่หน่าเสียงของคนรอบข้างดึงความสนใจของประธานคิมไปจากซีวอนจนสิ้น สีหน้ายิ้มๆของประธานคิมทำเอาเขารู้สึกนึกถึงพ่อขึ้นมาเลยทีเดียว

ไง ฮยอกซุง!ประธานปาร์คหันมาทันที่ที่ได้ยินประธานคิมเรียก

แล้วนายล่ะ ฮยอนจิน!ประธานทั้งสองเดินเข้ามาหากันก่อนที่จะจับมือแกว่งแรงๆให้หายคิดถึงซักที

ไม่ได้เจอนายตั้งนานเลยนะ ไปอยู่ไหนมาล่ะนี่!!ประธานคิมถามอย่างดีใจท่ได้พบเพื่อนเก่าที่หายไปหลายปี จนงานเลี้ยงต้องให้ภรรยาเป็นผู้มาแทนเสียทุกครั้งไป

อืม ชั้นกลับมาแล้วล่ะ แค่ไปหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศมานิดหน่อยประธานปาร์คพูดด้วยความดีใจไม่แพ้กัน

แถมวันนี้ลูกชั้นจะมางานนี้ด้วยนะ!ประธานปาร์คพูดเสียงดังหวังให้ทุกๆคนในที่นั้นได้ยิน

ห๊า! หนูจุงซุจะมาเหรอเนี่ย!!ใครว่าเสียงประธานปาร์คดังแล้วเจอประธานคิมเข้าไป ดังกว่าหลายเท่านัก ซีวอนคิดก่อนที่จะหันไปมองประธาน2คนที่คุยแต่เรื่องลูก ก่อนจะหันมาถามผู้จัดการที่ตอนนี้ยืนทำหน้าอึ้งไม่แพ้แขกคนอื่นๆเลยทีเดียว ซีวอนสังเกตบรรยากาศโดยรอบภายในงาน ก่อนที่จะหันมาถามผู้จัดการที่ได้สติแล้วยิ้มแทบแก้มจะปริ

เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ทำไมทุกคนดูอึ้งขนาดนั้น ที่ได้ยินแค่ว่าลูกของสองประธานจะมา?

นายน่ะคงจะไม่รู้อะไร ลูกของสองคนน่ะ เค้าเรียกว่าเป็นยิ่งกว่าเทพธิดาแห่งชัยชนะในวงการโลกธุรกิจเลยนะ ลูกของท่านประธานคิมน่ะ รายนี้ก็เก่ง เรียนภาษาไว้เยอะมากแถมเป็นคนสำคัญที่ช่วยให้ประธานคิมติดต่อกับบริษัทอื่นรวมถึงบริษัทต่งประเทศแล้วทำให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญได้ขนาดนี้ไงล่ะ แถมเจ้าตัวก็สวยมากๆเลยล่ะ

ผู้จัดการเล่าอย่างอารมณ์ดี แบบนี้แสดงว่าเป็นลางดีมากๆสำหรับบริษัทเราเลยที่เจอกับเทพธิดาแห่งชัยชนะถึงสองคนพร้อมๆกัน

แล้ว..อีกคนล่ะครับ?ซีวอนสะกิดถาม แต่ว่าทันที่ทีได้ยินซีวอนถามผู้จัดการถึงกลับทำหน้ามุ่ยเลยทีเดียว ก่อนที่จะหันกลับมามองอย่างเคืองๆที่ซีวอนขัดจังหวะ

ส่วนลูกของท่านประธานปาร์คนะ เห็นว่าเมื่อก่อนเคยโดนลูกหลงอะไรซักอย่าง เลยเป็นพวกที่ไม่ชอบมางานปาร์ตี้แบบนี้ซักเท่าไหร่ เค้าว่ากันว่านะลูกของประธานปาร์คน่ะ คอยช่วยบริหารทุกอย่างในบริษัทเองทั้งหมด ก็ลูกคนนี้น่ะ เก่งคำนวนเป็นเลิศ แถมยังวางแผนเก่งอีกต่างหาก ยิ่งการตลาดนะ โหย เรียกได้เลยว่าความเป็นความตายของการบริษัทขึ้นอยู่กับเค้าคนเดียว แต่เรื่องความสวยนี่เห็นว่าเค้าก็สวยพอๆกับลูกของประธานคิมนะ

อืมม แล้วนี่เค้าไม่ทะเลาะกันเหรอครับสองบริษัทนี่น่ะเสียงทุ้มเอ่ยถาม เพราะยังไงจะให้เสอสองตัวมาอยู่ถ้ำเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นแวดวงของธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปได้ยากเหลือเกินที่สองขั้วๆแรงๆจะอยู่ด้วยกัน

ก็ดูประธานคิมกับประธานปาร์คสิ สองคนนี้ยังสนิทด้วยกันเลย แถมลูกของทั้งสองคนก็ยังสนิทกันอีก อือ รุ้สึกว่าลูกของทั้งสองคนจะอยู่ที่โรงเรียนมัธยมเฮย์จิน

ห๊ะ!!เสียงอุทานของซีวอนดังเบาๆอย่างตกใจ ใครจะคิดล่ะว่าลูกของทั้งสองคนจะเรียนอยู่แค่มัธยม แถมยังเป็นรร.ที่มีชื่อเสียงสุดๆนั่นอีก

เออ รร.เฮย์จินที่ดังๆนั่นแหละ!น้ำเสียงที่ติดรำคาญนิดๆดังออกมาจากปากของผู้จัดการ แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ ซีวอนก็โดนคุณหนูที่คาดว่าคงจะเป็นลูกสาวของประธานบริษัทแห่งหนึ่งเรียกไว้ซะก่อน

เออ ขอโทษนะค่ะคุณซีวอน คือว่าถ้าไม่รังเกียจจะให้เกียรติมาคุยกับชั้นซักครู่ได้ไหมค่ะ?หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเอ่ยชวน ทำเอาดาราหนุ่มต้องเอ่ยอย่างเสียไม่ได้

ตกลงครับคุณผู้หญิงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ แค่นั้นหญิงสาวก็หน้าแดงไปถึงไหนๆแล้ว

.

.

.

.

.

.

โอ๊ย ซิน ชั้นเหนื่อยแล้วนะ เมื่อไหร่จะหยุดซื้อซักทีเนี่ยหนักไปหมดแล้ว!!!ทึกกี้เอ่ยอย่างหมดแรง ก็ดูสิ ซินเล่นซะให้ทึกกี้ถือซะเต็มมือเลย ร่างบางทั้งสองที่เดินอยู่ในห้างดังกำลังหิ้วถุงใบใหญ่ๆไว้คนละหลายใบ บ่งบอกถึงความเป็นนักช้อปของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี แม้จะมีของทึกกี้ไม่ถึงครึ่งของของที่ซินซื้อแต่ก็นับว่ามันก็เยอะอยู่ดี แถมราคาทั้งหมดที่รวมกันคงจะเกินกว่าที่ดาราบางคนทำได้จากหนังเรื่องหนึ่งอีก

เออๆ นี่ไงจะไปแล้ว นี่กี่โมงแล้วล่ะทึกกี้?ถามพลางยกตุ๊กตาในมือขึ้นมาดู

แย่แล้วซิน! งานเริ่มไปครึ่งชม.แล้ว!!!

ห๊า! บ้าจริงทำไมนายไม่บอกชั้นล่ะ!!!!เสียงแว๊ดๆของซินไล่หลังมาก่อนที่จะเจ้าตัวจะวางตุ๊กตาลงบนชั้นก่อนที่จะรีบไปช่วยอีกคนหิ้วของแล้วพอกันวิ่งไปอย่างเร็ว ห่อนที่จะขึ้นแท็กซี่หน้าห้างไปยังโรงแรมที่จัดงาน

.

.

.

.

.

เอ่อ ขอโทษนะครับ แต่ผมต้องขอตัวก่อนนะครับน้ำเสียงทุ้มเอ่ยอย่างสุภาพก่อนที่จะเลี่ยงออกมาจากกลุ่มคุณหนุคุณนายที่รุมล้อมเค้า ไปยังผู้จัดการที่ยืนดูสภาพงานปาร์ตี้อย่างเงียบๆ

ไงผู้จัดการเอ่ยแซว ซีวอนหันไปมองก่อนที่จะถอนหายใจกับรอยยิ้มกรุมกริ่มของอีกฝ่าย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง

พอเถอะครับ กับเรื่องที่คิดจะจับคู่ผมกับบรรดาคุณหนูทั้งหลายเนี่ยซีวอนบ่นเอื่อยๆ ใช่เองว่าเค้าจะไม่รู้ว่าแต่ละคนที่มารู้จักเขานั้นหวังอะไร บางคนก็หวังความมีชื่อเสียง บางคนก็หวังกับรูปร่างหน้าตา แต่ในบรรดาผู้หญิงพวกนั้นก็ยังไม่มีคนที่ซีวอนคิดว่าใช่ซักที

ผมขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับร่างสูงว่าก่อนที่จะค่อยๆเดินออกจากปาร์ตี้ไป

.

.

.

.

.

.

.

เฮ้อ นี่ดีนะเนี่ยที่ชั้นแอบเข้าของไปใส่หลังรถแล้วไม่งั้นป่านนี้คงได้กระเตงมันขึ้นมาถึงชั้นบนแน่เสียงบ่นของซินดังขึ้นเมื่อขึ้นมาแล้วเห็นว่างานปาร์ตี้ยังไม่เลิก อย่างน้อยเค้าสองคนก็มาก่อนงานเลิกละว้า

ไปเข้าห้องน้ำหน่อยสิทึกกี้ซินถามทึกกี้ที่ตนนี้ดูจะทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เมื่อเห็นบรรยากาศในงานปาร์ตี้ เลยตอบรับคำขอของซินแต่โดยดี อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเข้างานไปเลยทั้งๆที่จิตใจไม่พร้อมเนี่ย

ซู่ !

เสียงน้ำจากอ่างล้างมือในห้องน้ำที่ซีวอนเปิดไว้ อย่างน้อยก็ทำให้เวลาที่ต้องกลับไปงานปาร์ตี้นั่นยาวขึ้นอีกนิด แต่เสียงคนสองคนที่กำลังจะเดินเข้ามาในห้องน้ำก็ทำให้ซีวอนรีบปิดน้ำทันทีก่อนที่จะแอบอยู่ในห้องน้ำ ทั้งๆที่เค้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ก็ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกัน

แต่ว่านะซิน นายน่ะทำชั้นซะตังค์หมดเลยนะเนี่ย ทำไมดีล่ะค่าขนมของอาทิตย์นี้ซะด้วยสิเสียงหวานๆที่ออกแนวจะตำหนิเพื่อนกลายๆทำเอาซีวอนที่กำลังจะเดินออกไปต้งหยุดอยู่กับที แล้วคอยฟังต่อไป

โธ่เอ๊ยทึกกี้ก็! ขอพ่อเอาก็ได้นี่ บ้านนายก็ใช่ว่าจะไม่รวย ซินพูดก่อนที่จะเปิดน้ำล้างหน้าหลังจากวิ่งมาเหนื่อยๆ

มันก็ใช่ จะว่าไปถ้าเราเดินเข้างานเค้าจะจับได้ไหมเนี่ยทึกกี้พูดสีหน้าก็เริ่มกังวลขึ้นเรื่อยๆ

ซีวอนที่ได้ยินอยู่ก็ค่อยๆคิดตามไป

ทำไมต้องกังวัลด้วยล่ะก่อนที่จะเงี่ยหูฟังต่อไป

โธ่ทึกกี้ กังวลอะไรเล่า ก็เดินเข้าไปเฉยๆเนี่ยแหละ

ไม่เอาอ่ะซิน ชั้นไม่กล้าทึกกี้เอ่ยเสียงเศร้า ทำไงได้ล่ะ ก็ความจริงปาร์ตี้นี้อ่ะเค้าเองก็อยากมาซักที่ไหนล่ะ

โถ่ๆ เอางี้ เราเข้าปาร์ตี้กันเถอะ เดี๋ยวชั้นไปหาประธานคิมเอง คงจะได้เงินมาหลายแวนวอนอยู่แน่เสียงซินเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พลางพูดถึงพ่อเค้าที่ดูจะปลื้มปิติเป็นอันมากพอเค้าบอกว่าจะชวนทึกกี้มาด้วย

ส่วนนายอ่ะนะก็ไปหาประธานปาร์คซะ..แล้วดูสิทำหน้าทำตาแบบเนี้ยเดี๋ยวเค้าก็ไม่ปลื้มเอาหรอก!ซินบอกก่อนที่ท้ายประโยคจะเอ่ยเสียงดุ เมื่อเห็นว่าทึกกี้เริ่มทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้ง

เอาล่ะ เดี๋ยวชั้นลองไปดูลาดเลาก่อนนะว่าใครเฝ้าประตูซินบอกก่อนที่จะเปิดประตูห้องน้ำออกไปดูสภาพโดยรอบ

เอาละสู้ๆ อีทึกกี้!ทึกกี้ส่งเสียงเชียร์ตัวเอง ก่อนที่จะยืนสำรวจตัวเองอยู่หน้ากระจก เป็นภาพที่ทำเอาคนแอบมองมองตาค้าง

ผมสีน้ำตายอ่อนที่ถูกซอยไล้กับต้นคอระหง เครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มที่เข้ากับร่างเล็กได้อย่างดี กางเกงที่บ่งบอกได้อย่างดีว่าคนตรงหน้าเอวบางซักเพียงไหน ปลายนิ้วที่ปัดฝุ่นตามตัว นั้นทำเอาซีวอนเผลอมองตาม ก่อนท่สายตาคมจะไล้ไปถึงใบหน้าหวานที่หวานกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก ร่างสูงเผลอมองทุกส่วนบนใบหน้าอย่างลืมตัว ไม่ว่าจะเป็นคิ้วเรียว ใบหูขาว จมูก ดวงตาสวย หรือแม้แต่แก้มนุ่มที่อยากรู้ว่ามันจะนิ่มซักเพียงใดยามที่สัมผัสกับปากของเค้า ร่างสูงคิดจนเลยมาถึงปากบางสีชุมพูที่น่าจะหวานที่สุด หวานกว่าเสียวที่เอ่ยออกมา ก่อนที่จะไล่ลงมายังเข็มกลัดสีเงินที่ติดอยู่ตรงหน้าอกด้านขวา

นั่นมันตราโรงเรียนเฮย์จินนี่

ร่างสูงคิดก่อนที่จะรวบรวมคำพูดทั้งหมดที่ร่างบางตรงหน้าพูดกับเพื่อน คิดได้เสร็จสรรพเลยเดินออกจากห้องน้ำไปยังร่างบางที่ยืนสำรวจตัวเองอยู่

ทางด้านทึกกี้ทันทีที่เห็นคนที่อยู่ในห้องน้ำนอกจากตัวเองแล้วก็ซินที่เพิ่งจะออกเมื่อครู่ก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังเก็บอาการไว้แม้จะตกใจไม่น้อย กลัวแค่ว่าคนตรงหน้านี้จะเอาเรื่องที่ตัวเองมาสายไปครึ่งชั่วโมงไปรายงานพ่อ เลยคิดจะเดินออกไป อย่างน้อยไปให้พ่อเห็นหน้าก็น่าจะดีกว่าโดนคนอื่นฟ้องพ่อก่อนตัวเอง คิดได้แบบนั้นทึกกี้เล รีบเดินออกไปจากห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้เดินไปถึงประตูมือแกร่งของคนแปลกหน้าก็คว้ามับเข้าที่ข้อมืออีกฝ่ายทันที

ทำอะไรน่ะ!!!ทึกกี้โวยวายขณะทีอีกคนกลับจำข้อมือบางนั้นแน่นขึ้นกว่าเดิม

ผมต่างหากที่ต้องถามว่าพวกคุณวางแผนจะทำอะไรทานประธานคิมกับท่านประธานปาร์คเสียงทุ้มกล่าวก่อนที่จะค่อยๆเคลื่อนมือขึ้นไปจับต้นแขนของอีกฝ่ายแทน

นี่ผมถามว่าคุณทำอะไร ปล่อยผมนะ!!!ทึกกี้ยิ่งดิ้นรนซีวอนก็ยิ่งตอบโต้มากขึ้น จากแขนเดียวที่จับกับต้นแขนอีกฝ่ายกลายป็นสองแขนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พร้อมๆกับความรู้สึกที่ว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายไปไหน อยากจะหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

นี่คุณคิดว่าพวกผมเป็นใคร!เสียงหวานโวยลั่นขณะที่พยายามเอาเอามือขึ้นมาปัดมือหนาตรงต้นแขนให้ออกไป แต่กลับไร้ผล แววตาสวยเลยเลือกที่จะหันมองคนที่จับเค้าไว้แทน

แล้วคุณคิดว่าไหมว่าเด็กสมัยนี้ที่มีตังค์ไปช้อปเยอะๆน่ะ บางคนเขาก็ทำแบบคุณนี่แหละทันทีที่เสียงทุ้มกล่าวจบ ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แววตาสวยแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด ปากบางสีชมพูที่เอ่ยแต่เสียงหวานๆ ตอนนี้กลับเม้นเป็นเส้นตรงด้วยความโมโห ก่อนที่จะเงยหน้าสบสายตาท้าอีกฝ่าย

คุณจะบอกว่าคุณคิดว่าพวกผมเป็นพวกขายบริการงั้นเหรอ?ร่างเล็กสรุปก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอีกฝ่าย

แล้วไม่จริงรึไง?คำดูถูกที่ทำเอาร่างเล็กทนไม่ไหวจนต้องขอเลือดออกจากปากหมอนั่นซักทีถึงจะหายแค้น ร่างเล็กดิ้นสุดแรงที่มีก่อนที่จะประเคนหมัดจังๆเข้าไปหวังจะโดนหน้าอีกฝ่าย แต่ฝ่ายนั้นกลับถือโอกาสที่ตัวสูงใหญ่กว่าจับมือไว้ก่อนที่จะทันถึงหน้าได้อย่างง่ายดายก่อนที่จะดึงทึกกี้เข้าไปกอดแน่น

ฤทธิ์เยอะจริงนะ! ไหนลองดูสิว่าเจอแบบนี้เข้าไปยังจะทนได้อีกไหม!!!!

สิ้นเสียงทุ้ม ร่างสูงดึงร่างบางเข้าไปใกล้ก่อนที่จะก้มริมฝีปากคมแนบลงบนริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว กดแรงบดเบียดลงบนริมฝีปากนั้น ก่อนจะบังคับให้อีกฝ่ายเผยอปากรับสัมผัสที่เขาจะมอบให้ ทันทีที่ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเรียวลิ้นร้อนของซีวอนก็ถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายทันที พลางพยายามควานหาลิ้นเล็กๆที่หลบเขาอยู่ในนั้น ทันทีที่เจอเรียวลิ้นร้อนๆก็พยายามเกาะเกี่ยวลิ้นเล็กๆที่ยังพยายามหนีอยู่ ร่างสูงดึงร่างบางตรงหน้าเข้ามากอดให้แน่นกว่าเดิมเพื่อที่จะได้ส่งสัมผัสให้มากขึ้น วงแขนกว้างกระชับให้มันแน่นขึ้น สัมผัสที่ถูกส่งมากลับหนักแน่นกว่าเดิม เรียวลิ้นที่เกี่ยวกันทำให้ทึกกี้รู้ทันที่ว่าอีกฝ่ายจูบเก่งเป็นบ้า! ร่างโปร่งของทึกกี้พยายามดันคนตัวสูงออกไป แต่ดันเท่าไหร่ก็ไม่ขยับ ไม่ว่ามือเรียวจะทุบที่ต้นแขนและหลังไปไม่รู้กี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม จูบจากบดขยี้เมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงต้านทานคนตรงหน้าตอนก็กลายเป็นเสียงครางอือในลำคอ ทึกกี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหวกับคนตรงหน้า

ปัง!!

ทึกกี้!!!!เสียงประตูเปิดบวกกับเสียงแจ๊ดๆของ